2008/Jan/19

นักบุญ...จากกองขยะ!! ทำบุญ ๑ แสน

 

      ดำแต่นอกในแผ้ว ผ่องเนื้อนพคุณ....เป็นคำกลอนสุภาษิตโบราณบาทหนึ่งที่ไม่เคยล้าสมัย แม้ว่าปัจจุบันจะเข้าสู่ยุคไฮเทคแล้ว ก็ยังมีบุคคลที่อยู่ ประเภท “ในแผ้วฯ” แฝงอยู่ท่ามกลางไร ่ไกลปืนเที่ยง

.....พัฒน์ แซ่จึง อาก๋งวัย 79 ปี แห่งหมู่บ้านหนองเสือ ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มีอาชีพในการ เก็บของเก่าที่ใครๆทิ้งแล้ว หรือที่ทั่วๆไปเรียกว่า “ขยะ” แล้วนำไปขาย

.....แม้จะมีรายได้เพียงเล็กน้อยต่อวัน แต่รู้จักใช้รู้จักจ่ายอย่างประมาณตนที่เหลือเก็บไว้ จนทรัพย์ พอกพูน และ ด้วยจิตสะอาดและมีกุศลจึงได้บริจาคทำบุญร่วมสร้างพระ อุโบสถ เป็นเงินตัวเลข 6หลัก... สร้างความทึ่งให้กับสังคมคนราชบุรี ที่ “นักบุญ... จากกองขยะ” ก้าวขึ้นมาเคียงหน้ากับคหบดีมีชื่อของจังหวัด... ที่บริจาคเม็ดเงินในจำนวน ที่ใกล้เคียง

.....เหนือฟ้า ใต้บาดาล....ได้เข้าไปสัมผัสกับ อาก๋งพัฒน์ ณ เพิงพักอยู่เยื้องๆกับวัดหนองเสือ (ยางปราสาท) ตำบลกรับใหญ่ ในช่วงสายของวันหนึ่ง ขณะที่กำลังเปิบข้าวด้วยความ เอร็ดอร่อย ซึ่งมี ข้าวสวยพูนถ้วย กับ น้ำพริกผักจิ้ม ที่เก็บจากริมถนนและตามรั้วของ เพื่อนบ้าน ด้วยอัธยาศัยที่ดีเยี่ยมของเจ้าบ้าน รีบวางชามข้าวเก็บ แล้วเชื้อเชิญให้แขกที่ไป เยือนเข้าไปนั่ง ซึ่งพวกเราก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องหยุดให้รับ-ประทานต่อ กินไปคุยไปออกรสออกชาติดี ซึ่ง....อาก๋งพัฒน์ บอกว่า หลังจากกินอาหารเช้า (สายๆ) แล้ว จะออกเก็บขยะที่เรี่ยราด ตามท้องถนน พอบ่ายแก่ๆก็คัดชนิด กระดาษ ทองแดง ทองเหลือง พลาสติก ฯลฯ แล้วส่งร้านรับซื้อของเก่า

เสร็จสรรพรับเงินถึงบ้านเย็นพอดี หุงหาอาหารกินในช่วงหัวค่ำ...วันหนึ่ง 2 มื้อ... ก็พอเพียง...!!!

O O O

กับการที่ถูกร่ำลือว่าคือนักบุญ...อาก๋งพัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ช่วงนั้น พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี เกิดภาวะฟองสบู่แตก ทางวัดหนองเสือ กำลังสร้างพระอุโบสถอยู่ ก็เลยชะงัก

...เจ้าอาวาส (รูปที่แล้ว) จึงได้พูดกับอาก๋งพัฒน์ว่า.... ไอ้พัฒน์เอ็งมีเงินเยอะๆ ช่วยทำบุญสร้าง โบสถ์หน่อยซิวะ...!!

อาก๋งพัฒน์ ตอบไปว่า...เดี๋ยวจัดให้ แล้วจึงพาเจ้าอาวาสไป เบิกเงินมาทำบุญ 1 แสนบาท (จะเอาเงินที่ขายของเก่าได้ฝากเก็บเอาไว้กับผู้ที่ไว้ใจคน หนึ่ง เพื่อให้นำฝากธนาคารให้ เมื่อ ต้องการใช้จ่ายก็จะไปเบิกมา)... ด้วยกุศลนี้ทางวัดก็ได้จารึกชื่อ และจำนวนเงินที่บริจาค เป็นการ ประกาศเกียรติคุณ

 



...ก็มิใช่ว่าบริจาคเพียงครั้งนั้นครั้ง เดียว ก็มีบ่อยครั้งที่ได้เงินมาพอที่จะเกื้อกูล ก็จะทำบุญ ให้กับวัดหรือมูลนิธิฯต่างๆตามความเหมาะสม และ เวลาอันควร...
และการทำบุญนั้นจะไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน เพราะจะแยกส่วนกันอย่างชัดเจน ส่วนที่ได้มา เพื่อทำบุญทำทานก็ทำไปให้หมดไม่มีกั๊กไว้ ส่วนที่เก็บออมก็นำฝาก ไม่เอามาปะปนกัน...!!!

O O O
45 ปีกับอาชีพเก็บขยะแห่งเมืองคนงาม ถือว่าเป็นแหล่งที่ให้ความสุขมาค่อนชีวิต... อาก๋งพัฒน์ ได้เล่าปูมหลังก่อนที่จะมาถึงพิกัดนี้ว่า...

...เกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นลูกคน จีนอพยพ เรียนหนังสือถึงชั้นมัธยมปีที่ 1 ก็ออกมาช่วยครอบครัวทำมาหากิน...จนกระทั่งอายุ 17 ปี จึงได้บ่ายหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไม่มีญาติพี่น้อง แบบไปตายเอาดาบหน้า ยึดหัวลำโพงเป็นแหล่งพักพิง

ช่วงนั้นกินอยู่อย่างลำบาก จึงออกไปรับจ้างทำงานในป่าชลบุรี ซึ่งต้องเผชิญกับโรคร้าย และความโหด เหี้ยมของนายจ้าง ร้ายสุดคือไม่ได้ค่าจ้าง จำต้องหลบซ่อนกลับเข้ากรุง-เทพฯอีกครั้ง

กรุงเทพฯเมื่อยุคกึ่งพุทธศตวรรษไม่ศิวิไลซ์นัก จึงเดินทางด้วยเท้าถึงสุพรรณบุรี และ ได้อาศัยชาวนาครอบ-ครัวหนึ่งประทังชีวิต ได้ทำงานให้แบบอาบเหงื่อต่างน้ำ แม้จะไม่ได้ค่าจ้างแต่ก็ได้ สิ่งตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตคือ...ถูกสอนให้เป็นคนอดทน

O O O
ด้วยลำแข้ง มิใช่ปีก กล้าขาแข็งหรือทิ้งผู้มีพระคุณ ...อาก๋งพัฒน์ บอกอย่างนั้นและในใจ คิดว่า ถ้ายังอยู่ต่อไปก็ คงเป็นภาระแก่ผู้โอบอุ้มเรา จึงผละจากความอบอุ่นของ ครอบครัวที่นับถือเสมือนญาติ มุ่งหน้าสู่บ้านโป่ง...

โดยมีความเชื่อมั่นว่าเป็นเมืองคนงาม...งามด้วยน้ำใจ จริงๆ เมื่อมาถึงก็มีผู้ให้ที่พักพิง เลย ปักหลักไม่ยอมอพยพไปไหนอีก ยึดพื้นที่ทำมาหากินด้วยการเก็บของเก่าขายประทังชีวิต จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี และจนถึงวันนี้

 


รายได้จากในอดีตที่เคยได้เพียงวันละไม่กี่บาท ก็ขยับขึ้นมาบ้างตามวิถีของยุค เศรษฐกิจ เป็นสิบๆบาท ปัจจุบันอยู่ราวๆวันละ 40 ถึง 60 บาท ไม่เคยถึงร้อยบาท ซักวันเลย...แต่ก็ภูมิใจเพราะมันเป็นอาชีพสุจริต และ อิสระ อีกทั้งยังทำให้บ้านเมือง สะอาด

เงินที่ขายได้จะเก็บมาสะสมไว้พอได้จำนวนหนึ่งที่ไม่มากนักก็จะเอาไปฝากไว้กับคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจคนหนึ่ง เพื่อนำฝากธนาคารไว้ให้...ณ วันนี้ก็ไม่รู้ว่าตนเองมีเงินเท่าใด

O O O

จะด้วยจิตกุศลหรือผลบุญส่งก็ไม่รู้...ตลอดระยะเวลา 45 ปี อาก๋งพัฒน์ไม่เคยเจ็บป่วย จนล้มหมอนนอนเสื่อ จะมีบ้างก็มือเท้าบวมเนื่องจากยกของหนักหรือเดินไกลเกินไป... นอกนั้นสบายๆ
และได้บอกเคล็ดที่ไม่ลับว่า....ทำใจไม่เครียด พักผ่อนให้เต็มที่ อย่างช่วงหลังข้าวเย็น จะออกมานั่งหน้าบ้าน ร้องเพลงเก่าๆของทูล ทองใจ เล่นๆร้องๆคนเดียวจะมี ใครฟังหรือไม่มีใครฟัง ก็ช่าง...ก่อนนอนสวดมนต์ เวลานอน ก็หลับ ให้สนิท

อย่าไปคิดโลภ อย่าไปคิดรวย....และ จะไม่รับของใครถ้ามิได้ตอบแทน...อันเป็นปณิธานที่ นักบุญวัย 79 ถือ ปฏิบัติมาเกือบครึ่งศตวรรษ...
...สูตรนี้ใครจะนำไปใช้ก็ได้...ไม่สงวนลิขสิทธิ์

ที่มา ไทยรัฐ

 

 

Comment

Comment:

Tweet


ผมเคยอยู่ที่วดหนองเสือนี้ ตั้งแต่เด็กครับ รู้จักร อากงพัฒน์ ดีครับ แก่ใจดีมาก
#8 by ชินโชติ ไทยโสภา (125.26.83.201|125.26.83.201) At 2014-09-24 23:00,
ผมเคยอยู่ที่วดหนองเสือนี้ ตั้งแต่เด็กครับ รู้จักร อากงพัฒน์ ดีครับ แก่ใจดีมาก
#7 by ชินโชติ ไทยโสภา (125.26.83.201|125.26.83.201) At 2014-09-24 23:00,
ตบมือให้กับอาก๋งครับ สุดยอด
#6 by เชน หยินและหยาง At 2008-01-26 08:02,
นับถือครับ แกเก็บเงินเก่งจริง ๆ เลย แถมมีน้ำใจอันประเสริฐอีกต่างหาก
#5 by เจ้าชายน้อย At 2008-01-22 16:17,
สุดยอดเลยอ่ะ ขออนุโมทนาค่ะ
#4 by ru (117.47.3.151) At 2008-01-22 13:55,
สุดยอดเลยอะ Hot!
#3 by bellbell At 2008-01-20 00:23,
*0*
ลุงแกแน่จริง ยกนิ้วให้เลยอ่ะconfused smile
#2 by Adriasoss At 2008-01-19 23:07,
อ๋า~

เคยเห็นลุงเค้ามาออกรายการ VIP มั้งนะไม่แน่ใจ


Hot!
#1 by KaTTo-+tOdA At 2008-01-19 22:48,