2008/Feb/21

 

 

วันมาฆบูชา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ กลางเดือน ๓ หรือประมาณราวเดือนกุมภาพันธ์ แต่หากเป็นปีอธิกมาส (ปีที่มีเดือน ๘ สองหน) วันมาฆบูชาจะเลื่อนไปเป็น วันขึ้น ๑๕ ค่ำกลางเดือน ๔ หรือประมาณเดือนมีนาคม

วันมาฆบูชา ย่อมาจากคำว่า "มาฆปุรณมีบูชา" แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน ๓ ถือเป็น "วันจาตุรงคสันนิบาต" แปลว่า การประชุมอันประกอบด้วยองค์ ๔


ความสำคัญ
วันนี้เป็นวันที่มีการประชุมครั้งใหญ่ (จาตุรงคสันนิบาต) อันมีความมหัศจรรย์ 4 ประการ ในครั้งพุทธกาล กล่าวคือ


๑. พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย มาจากที่ต่างๆกันเพื่อสักการะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เวฬุวันวิหาร ในกรุงราชคฤห์ เมืองมคธ
๒. พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูปท่านเหล่านั้นล้วนได้รับอุปสมบทจากพระพุทธเจ้า เป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา
๓. พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูปท่านเหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์
๔. วันที่ประชุมเป็นวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะ หรือเดือน ๓ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมเทศนา อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาติโมกข์

 

โอวาทปาติโมกข์์ คือ ข้อธรรมย่ออันเป็นหลักหรือหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา ๓ ประการ ได้แก่

๑. ไม่ทำความชั่วทั้งปวง เว้นจากความชั่วด้วยกาย วาจา ใจ
๒. ทำความดีให้ถึงพร้อม ด้วยกาย วาจา ใจ
๓. ทำจิตใจให้หมดจดบริสุทธิ์ผ่องใส


๑. การไม่ทำบาปทั้งปวง
ได้แก่การงดเว้น การลด ละเลิก ทำบาปทั้งปวง ซึ่งได้แก่ อกุศลกรรมบถ ๑๐ ทางแห่งความชั่ว มีสิบประการ อันเป็นความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจ ความชั่วทางกาย ได้แก่ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติ ผิดในกาม ความชั่วทางวาจา ได้แก่ การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ ความชั่วทางใจ ได้แก่ การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูก พยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม


๒. การทำกุศลให้ถึงพร้อม
ได้แก่ การทำความดีทุกอย่างซึ่งได้แก่ กุศลกรรมบถ ๑๐ เป็นแบบของการทำฝ่ายดีมี ๑๐ อย่าง อันเป็นความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจ ทำความดีทางกาย ได้แก่ การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายเบียดเบียน ผู้อื่นมีแต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้มาเป็นของตนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการไม่ประพฤติ ผิดในกาม ทำความดีทางวาจา ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อพูดแต่คำจริง พูดคำอ่อนหวานพูดคำให้เกิดความสามัคคีและพูดถูกกาลเทศะ ทำความดีทางใจ ได้แก่ การไม่โลภอยากได้ของของผู้อื่นมีแต่คิดเสียสละการไม่ผูกอาฆาตพยาบาทมีแต่คิดเมตตาปราถนาดี และมีความเห็นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว


๓. การทำจิตให้ผ่องใส
ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ปราศจากนิวรณ์ซึ่งเป็นเครื่องขัดขวางจิตไม่ให้เข้าถึง ความสงบ มี ๕ ประการ ได้แก่
๑. ความพอใจในกาม (กามฉันทะ)
๒. ความอาฆาตพยาบาท (พยาบาท)
๓. ความหดหู่ท้อแท้ ง่วงเหงาหาวนอน (ถีนะมิทธะ)
๔. ความฟุ้งซ่าน รำคาญ (อุทธัจจะกุกกุจจะ)
๕. ความลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา) เช่น สงสัยในการทำความดีความชั่วว่ามีผลจริงหรือไม่

วิธีการทำจิตให้ผ่องใส ที่แท้จริงเกิดขึ้นจากการละบาปทั้งปวง ด้วยการถือศีลและบำเพ็ญกุศล ให้ถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนา จนได้บรรลุอรหัตผล อันเป็นความผ่องใสที่แท้จริง

 

การปลงมายุสังขาร
หลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสรู้และสั่งสอนพระธรรมมาเป็นระยะเวลา ๔๕ ปี พระองค์ทรงปลงมายุสังขาร คือ ตั้งพระทัยว่า "ต่อแต่นี้ไปอีก ๓ เดือน เราจักเสด็จดับขันธปรินิพพาน" การปลงอายุสังขาร ตรงกับวันมาฆบูชาในปีที่พระพุทธองค์มีพระชนมายุ ๘๐ พระชันษา
ด้วยเหตุนี้ ในวันมาฆบูชา ชาวพุทธจึงถือว่าเป็นวันที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้า รวม ๒ ประการ คือ เป็นวันที่แสดงโอวาทปาติโมกข์ และ เป็นวันปลงอายุสังขาร

 

 

การปฎิบัติตนสำหรับพุทธศาสนานิกชนในวันนี้ก็คือ

วันมาฆบูชาเรานิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า ไปวัดรับศีล ฟังเทศน์ตอนกลางวัน และไปเวียนเทียนรอบโบสถ์ในเวลาเย็น

การทำบุญตักบาตรนำอาหารไปถวายพระ ถือเป็นการสืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เป็นการกล่อมจิตใจให้รู้จักการให้และเสียสละ การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ก็เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับไปแล้ว

 
 
 
วันมาฆบูชา

วันแห่งความรักที่สูงส่งบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา

 


 

ได้กล่าวไว้นานปีมาแล้ว
เมื่อคนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มสนใจวันวาเลนไทน์กันอย่างท่วมท้นเปิดเผย
ว่าเป็นวันแห่งความรัก และคำวาเลนไทน์ก็เป็นชื่อนักบุญต่างศาสนา

ถ้าคนไทยผู้มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
จะสนใจวันแห่งความรักมากมายเพียงใด ก็จะไม่กังวลห่วงใย
ถ้าจะเป็นวันท่านผู้ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา
ที่ท่านบรรลุธรรมสำคัญทั้งหลายองค์ใดองค์หนึ่งก็ตาม


นานปีมาแล้วได้พยายามจะช่วยคนไทยจำนวนไม่น้อยนั้นพ้นจากความคิดผิด
หันมาคิดให้เกิดสิริมงคลแก่ชีวิตจิตใจ จึงได้ยกวันมาฆบูชาขึ้นให้ปรากฏประจักษ์อย่างชัดเจน

ทั้งที่วันมาฆบูชามีมานานเป็นพันๆ ปี แล้ว
เป็นวันแห่งความรักสูงส่งบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา
ที่ควรได้รับการเทิดทูนบูชาเหนือวันแห่งความรักอื่นใด
แต่ก็หาได้รับความสนใจเท่าที่ควรไม่ น่าเสียใจเป็นที่สุด


น่าเสียใจเป็นที่สุด ที่พากันไม่แยแสที่จะอัญเชิญสิริมงคลยิ่งใหญ่เข้าสู่ชีวิต ให้เป็นเครื่องยังความร่มเย็นเป็นสุขสวัสดีเกิดมีแก่ชีวิต
แก่ประเทศชาติบ้านเมืองที่รักของเรา โดยเฉพาะในยามนี้ที่โลกเดือดร้อนวุ่นวายนัก

ได้กล่าวตลอดมานับครั้งไม่ถ้วนว่า
"วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรักที่สูงส่งบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนา"


สมเด็จพระบรมศาสดาโปรดประทานความรักนั้นแก่สัตว์โลกทั้งปวงในวันมาฆบูชา
จึงกล่าวว่าวันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก ที่ไม่ใช่ธรรมดา
ไม่ใช่ความรักแบบของมารดาบิดาบุตรธิดาที่มีต่อกัน
ไม่ใช่ความรักแบบของสามีภริยาที่มีต่อกัน ไม่ใช่ความรักของหญิงชายที่มีต่อกัน

ความรักของสมเด็จพระบรมศาสดา
ทรงมีท่วมท้นพระพุทธหฤทัยแตกต่างกับความรักที่นำมากล่าวแล้วทั้งหมด
สูงเหนือความรักทั้งหลายทั้งปวงในโลก

พระพุทธหฤทัย หรือพระหฤทัยในสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
มีความบริสุทธิ์ครบถ้วนทุกประการ
คือ ปราศจากกิเลสสิ้นเชิง ความโลภ ความโกรธ ความหลง
ไม่แตะต้องพระพุทธหฤทัยได้เลยแม้แต่น้อย

ทรงเป็นเช่นที่กล่าวว่าทรงไกลกิเลสแล้ว
สมเด็จพระบรมศาสดาทรงไกลกิเลสแล้วสิ้นเชิง
ความรักในพระพุทธหฤทัยจึงเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง
ซึ่งแตกต่างห่างไกลกันที่สุดกับความรักในใจเราทั้งหลายคน

สมเด็จพระบรมศาสดาทรงรักสัตว์โลกทั้งปวงเสมอกัน ความรักของพระองค์ท่านเป็นแบบที่ปุถุชนคนมีกิเลสทั้งหลายมีไม่เหมือนแน่นอน
เพียงใกล้เคียงก็แสนห่าง ถ้าจะพูดให้ตรงอย่างไม่เกรงใจก็พูดได้ว่า
ความรักของเราผู้เป็นปุถุชนนั้น
สกปรกด้วยแรงของกิเลส ครบถ้วนทั้ง โลภะ โมหะ โทสะ


ความโลภ ความโกรธ ความหลง ยังมีอยู่ในเราผู้เป็นปุถุชนครบถ้วน
จึงย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ความรักของเราบริสุทธิ์
สะอาดปราศจากความสกปรกของกิเลสเครื่องเศร้าหมอง
ซึ่งแตกต่างห่างไกลนักกับที่เรียกว่า ความรักของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่จริงที่นำมาเรียกว่าความรักในสมเด็จพระบรมศาสดาก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะย่อมจักนำให้ผู้รู้เท่าไม่ถึงความหมายของคำว่าความรักในที่นี้เข้าใจไปในทางไม่ดีไม่ถูกต้อง
ว่าเป็นการแสดงความไม่รู้ของผู้ใช้คำความรักกับสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า


แต่ขอยืนยันความแน่ใจ ว่าใช้คำอื่นจะให้ความลึกซึ่งแก่จิตใจคนทั่วไปไม่เสมอคำว่ารัก
คำว่าเมตตานั้นพูดจริงๆ อย่างจริงใจ ผู้ฟังไม่ค่อยรู้สึกลึกซึ่งในความหมายเท่าคำว่ารัก จึงเลือกใช้คำว่ารักแม้เมื่อใช้เกี่ยวกับพระผู้ทรงไกลพ้นแล้วจากความรักอย่างสิ้นเชิง


ขอให้ท่านผู้อ่านหรือผู้ได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับที่กล่าวว่า
สมเด็จพระบรมศาสดาทรงมีความรักสัตว์โลกทั้งปวง
โปรดเข้าใจเครื่องหมายที่ลึกซึ่งบริสุทธิ์สูงส่งของคำว่ารักในที่นี้
โปรดอย่าคิดให้เป็นบาปเป็นกรรมหนักหนาแก่จิตใจเลย

กล่าวได้ว่าวันมาฆบูชาเป็นวันที่สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงประกาศความรักอันบริสุทธิ์ต่อสัตว์โลกทั้งปวง ในโอวาทปาติโมกข์ที่ทรงแสดง ที่เป็นธรรมเครื่องนำชีวิตสัตว์โลกให้สวัสดีมีสุข ตั้งแต่สุขเล็กสุขน้อยจนถึงสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

คือสุขที่ปราศจากทุกข์สิ้นเชิงไม่พบความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายอีกต่อไป
ทรงแสดงไว้ในพระโอวาทปาติโมกข์
เมื่อวันมาฆะพระจันทร์เต็มดวงเสวยมาฆฤกษ์ ในท่ามกลางบริสุทธิ์สงฆ์ ผู้ล้วนเป็นพระอรหันตขีณาสพพุทธสาวกที่ยิ่งแล้วด้วยปัญญา สามารถน้อมรับพระธรรมที่ทรงแสดงไปประกาศได้อย่างถูกต้องแนนอน

ความรักที่บริสุทธิ์สูงส่งที่พระพุทธองค์โปรดประทาน
เพื่อประคับประคองรักษาชีวิตสัตว์โลกทั้งหลาย
จึงมีพระอรหันตขีณาสพพุทธสาวกอัญเชิญไปประกาศอย่างถูกแท้ และความรักของพระพุทธองค์ ก็ได้มาประดิษฐานอยู่ในบ้านเมืองไทยของเราด้วยแล้วเป็นพันๆ ปี ควรจะภาคภูมิใจ ควรจะนอบน้อมรับสิริมงคลที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต

ไม่ควรปล่อยปะละเลยถือเป็นเรื่องธรรมดา จนอัปมงคลต่างๆ นาๆ เข้าถึงได้ให้เกิดความทุกข์ความเดือดร้อนวุ่นวายได้อย่างไม่ควรเกิด
และจะเกิด
ไม่ได้ แม้อัญเชิญพระพุทธบารมีไว้เหนือเศียรเกล้าชีวิตจิตใจ
ให้ทุกถ้วนหน้า นี้เป็นความจริง

วันเริ่มแรกมาฆบูชา วันแห่งความรักที่สูงส่งบริสุทธิ์ในพระพุทธศาสนานั้น ด้วยอำนาจพระพุทธจิตจึงมีจาตุรงคสันนิบาติเกิดขึ้นในวันนั้น
ยังให้เกิดความยิ่งใหญ่พรั้งพร้อม คือ

๑. พระภิกษุสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ องค์ไปประชุมพร้อมกันในวันจันทร์เต็มดวงเสวยมาฆฤกษ์

๒. พระภิกษุทั้ง ๑,๒๕๐ องค์นั้นล้วนเป็นพระอรหันตขีณาสพ ไกลกิเลสแล้วสิ้นเชิง

๓. พระอรหันตขีณาสพทั้ง ๑,๒๕๐ องค์นั้นมิได้นัดหมายกัน

๔. พระอรหันตขีณาสพทั้ง ๑,๒๕๐ องค์นั้นล้วนพระพุทธองค์ท่านโปรดประทานการบวชให้
โดยเปล่งพระพุทธวาจาว่า เอหิ ภิกขุ จงเป็นภิษุมาเถิด

ความพร้อมทั้ง ๔ ประการนี้ที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต เกิดขึ้น
เพื่อให้การทรงแสดงพระโอวาทปาติโมกข์
ทรงประกาศหัวใจพระพุทธศาสนาได้เป็นไปสมบูรณ์พร้อม
ยิ่งใหญ่จริง อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน


หลักพระพุทธศาสนา หรือหัวใจพระพุทธศาสนา ๓ ประการ
ที่เป็นเครื่องแสดงพระพุทธหฤทัย ที่มีความรักสูงส่งบริสุทธิ์ต่อสัตว์โลกทั้งปวง
ที่ทรงแสดงไว้ในวันพระจันทร์เต็มดวง เสวยมาฆฤกษ์ ณ พระวิหารเวฬุวัน
และพระอรหันต์ขีณาสพพุทธสาวก ๑,๒๕๐ องค์
ที่ได้รับพุทธจิตสั่งให้ไปประชุมพร้อมกันในกาลครั้งนั้น
ได้อัญเชิญหัวใจพระพุทธศาสนาทั้ง ๓ ประการ เผยแผ่แก่โลก
ให้เป็นเครื่องประคับประคอง ชีวิตจิตใจให้ร่มเย็นเป็นสุข

จนปัจจุบันสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จดับขันธ์ปรินิพานไป ๒๕๔๘ ปีแล้ว
หัวใจพระพุทธศาสนายังดำรงอยู่อย่างมั่นคง
แม้จะไม่ในทุกจิตใจผู้ได้รับรู้รับฟัง ที่ควรถือว่าบุญน้อย
จึงไม่เห็นคุณค่าสูงส่งของสิริมงคล จากหัวใจพระพุทธศาสนา

สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

รับสั่งว่า

ถ้าจะถือว่ามีวันแห่งความรัก ก็ต้องถือวันมาฆบูชา
วันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศความรักอันบริสุทธิ์สูงส่ง

วันมาฆบูชา-วันแห่งความรัก

วันที่พระจันทร์เต็มดวง เสวยมาฆฤกษ์ ในเดือนสาม
วันแห่งความรัก อันสูงส่งบริสุทธิ์ ในพระพุทธศาสนา

ด้วยทรงมีความรักบริสุทธิ์สูงส่ง ไม่มีเสมอเหมือน
พระพุทธองค์จึงทรงแผ่พระมหากรุณาได้กว้างใหญ่ไพศาลไม่มีขอบเขต
ทั้งแก่พรหมเทพ มนุษย์สัตว์
ปรากฏแจ้งชัดในพระโอวาทปาติโมกข์ ที่ทรงแสดงในวันมาฆบูชา

พึงไม่ทำบาปทั้งปวง
พึงทำกุศลให้ถึงพร้อม
พึงรักษาจิตของตนให้ผ่องใส


บาปย่อมก่อให้เกิดทุกข์โทษภัยแก่ผู้ทำและผู้อื่น
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนไม่ให้ทำ

กุศลย่อมเป็นคุณแก่ผู้ทำและผู้อื่น
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนให้ทำ

จิตผ่องใส่คือจิตที่ไกลได้จากกิเลสโกรธหลง ที่มีอยู่เต็มโลก
ย่อมให้ความสุขสงบอย่างยิ่งจนถึงเป็นบรมสุข
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนให้รักษาจิตของตน

เป็นชาวพุทธพึงซาบซึ่งพึงมั่นใจ
ในพระคุณยิ่งใหญ่แห่งความรัก
ที่บริสุทธิ์ผ่องใสไพจิตรนัก
โลกประจักษ์วันรักนั้นวันมาฆะ

: มาฆบูชา ๒๕๔๗
: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
 หน้าสารบัญส่วนธรรมมะ


ที่มา...
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต
บทความส่วนที่ ๒ จาก คุณ I am จาก www.dhammajak.net
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????


angry smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile
#1  by  get (118.173.236.243) At 2009-02-02 19:36, 
#2  by  เเก้ด (58.10.155.132) At 2009-02-05 11:00, 
ดีเลยค่ะได้ความรู้มากมาย
#3  by  ตาร (203.172.201.234) At 2010-02-16 11:11, 
ดีเลยค่ะได้ความรู้มากมาย
#4  by  ตาร (203.172.201.138) At 2010-02-16 11:11, 
ชอบวันมาฆมากค่ะ
#5  by  นุช (203.172.199.250) At 2010-02-16 11:35, 
นรยรนีรส
#6  by   (118.172.52.156) At 2010-02-16 12:36, 
#7  by   (118.172.52.156) At 2010-02-16 12:36, 
สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสcry
#8  by   (118.172.52.156) At 2010-02-16 12:36, 
สีรรเสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรีคคคคคคคคคคคคคคคคค
#9  by   (118.172.52.156) At 2010-02-16 12:36, 
surprised smile wink cry
#10  by   (118.172.52.156) At 2010-02-16 12:37, 
surprised smile wink cry
#11  by   (118.172.52.156) At 2010-02-16 12:37, 
หวัด
#12  by   (203.172.119.188) At 2010-02-19 18:12, 
cry cry cry cry
#13  by   (58.10.68.245) At 2010-02-22 14:11, 
สงขลา
#14  by   (222.123.176.157) At 2010-02-22 14:37, 
สงขลา
confused smile open-mounthed smile big smile tongue
#15  by   (222.123.176.157) At 2010-02-22 14:38, 
#16  by   (125.24.11.113) At 2010-02-24 09:03, 
#17  by  อินทิรา (118.175.225.119) At 2010-02-24 12:09, 
#18  by  แอน (222.123.88.176) At 2010-02-25 12:43, 
#19  by  ไหม (125.26.175.150) At 2010-02-25 14:37, 
#20  by  ไหม (125.26.175.150) At 2010-02-25 14:37, 
#21  by  ไหม (125.26.175.150) At 2010-02-25 14:37, 
ชอบอยู่นะ
#22  by  แป้ง (125.26.175.150) At 2010-02-25 14:39, 
ชอบอยู่นะ
#23  by  แป้ง (125.26.175.150) At 2010-02-25 14:39, 
น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กquestion embarrassed surprised smile wink double wink cry
#24  by  หนู (125.26.175.150) At 2010-02-25 14:42, 
คิดถึงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆbig smile open-mounthed smile embarrassed question
#25  by  แมน (125.26.175.150) At 2010-02-25 14:45, 
วันสำคัญจริงๆembarrassed surprised smile
#26  by  อัง (125.26.49.240) At 2010-02-26 10:27, 
#27  by   (124.120.249.196) At 2010-02-26 16:02, 
question tongue question
#28  by   (125.26.181.35) At 2010-02-26 21:41, 
question tongue question
#29  by   (125.26.181.35) At 2010-02-26 21:41, 
question tongue question
#30  by   (125.26.181.35) At 2010-02-26 21:41, 
question tongue question tongue น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
#31  by   (125.26.181.35) At 2010-02-26 21:42, 
#32  by   (125.27.223.211) At 2010-03-02 13:45, 
ค ว า ม รู้ ทุ ก ๆ ค น ค ว ร มี < - >
#33  by   (113.53.19.116) At 2010-03-03 12:10, 
big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry cry embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed sad smile sad smile sad smile sad smile
#34  by   (113.53.19.116) At 2010-03-03 12:11, 
#35  by  เมธี (113.53.19.116) At 2010-03-03 12:11, 
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

รับสั่งว่า

ถ้าจะถือว่ามีวันแห่งความรัก ก็ต้องถือวันมาฆบูชา
วันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศความรักอันบริสุทธิ์สูงส่ง

วันมาฆบูชา-วันแห่งความรัก

วันที่พระจันทร์เต็มดวง เสวยมาฆฤกษ์ ในเดือนสาม
วันแห่งความรัก อันสูงส่งบริสุทธิ์ ในพระพุทธศาสนา

ด้วยทรงมีความรักบริสุทธิ์สูงส่ง ไม่มีเสมอเหมือน
พระพุทธองค์จึงทรงแผ่พระมหากรุณาได้กว้างใหญ่ไพศาลไม่มีขอบเขต
ทั้งแก่พรหมเทพ มนุษย์สัตว์
ปรากฏแจ้งชัดในพระโอวาทปาติโมกข์ ที่ทรงแสดงในวันมาฆบูชา

พึงไม่ทำบาปทั้งปวง
พึงทำกุศลให้ถึงพร้อม
พึงรักษาจิตของตนให้ผ่องใส

บาปย่อมก่อให้เกิดทุกข์โทษภัยแก่ผู้ทำและผู้อื่น
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนไม่ให้ทำ

กุศลย่อมเป็นคุณแก่ผู้ทำและผู้อื่น
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนให้ทำ

จิตผ่องใส่คือจิตที่ไกลได้จากกิเลสโกรธหลง ที่มีอยู่เต็มโลก
ย่อมให้ความสุขสงบอย่างยิ่งจนถึงเป็นบรมสุข
พระพุทธองค์จึงทรงเตือนให้รักษาจิตของตน

เป็นชาวพุทธพึงซาบซึ่งพึงมั่นใจ
ในพระคุณยิ่งใหญ่แห่งความรัก
ที่บริสุทธิ์ผ่องใสไพจิตรนัก
โลกประจักษ์วันรักนั้นวันมาฆะ

: มาฆบูชา ๒๕๔๗
: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
หน้าสารบัญส่วนธรรมมะ



#36  by   (113.53.19.116) At 2010-03-03 12:12, 
#37  by  วาย (118.175.156.195) At 2010-03-04 09:25, 
เยี่ยมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆconfused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile
#38  by  คน (113.53.157.254) At 2010-03-04 09:35, 
รักนะ
#39  by   (118.172.198.64) At 2010-05-19 13:09, 
รักนะ
#40  by   (118.172.198.64) At 2010-05-19 13:09, 
#41  by  มาย (118.175.194.24) At 2010-05-27 14:28, 
จันทบุรีembarrassed surprised smile wink double wink cry
#42  by   (118.175.194.24) At 2010-05-27 14:30, 
ฟ่าง เด็กอ้วนopen-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile
#43  by   (118.175.194.24) At 2010-05-27 14:40, 
#44  by  ปอม (118.174.50.6) At 2010-06-29 15:09, 
#45  by  ปฟอม (118.174.50.6) At 2010-06-29 15:10, 
#46  by  แป้ง (110.49.50.208) At 2010-07-29 17:28, 
ดีเลย

ได้ทำงานสบายๆ

#47  by  แป้ง (110.49.50.208) At 2010-07-29 17:30, 
question open-mounthed smile question angry smile sad smile surprised smile angry smile double wink
#48  by  ตาหวาน (119.31.126.69) At 2010-08-14 13:39, 
การที่เราจะอะไรจงนึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
#49  by  เจี๊ยบ (182.53.124.244) At 2010-09-28 13:25, 
ขอบคุณสำหรับรายระเอียดที่ดีค่ะ
#50  by  บ๋อมแบ๋ม (182.93.189.253) At 2011-02-11 14:14, 

<< Home